ดัน “ระยอง” 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล “เมืองยางคาร์บอนต่ำ” หนุนเศรษฐกิจ BCG

April 29, 2025
แชร์เนื้อหาหน้านี้

นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย แนะเกษตรกรชาวสวนยางลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ก้าวสู่การพัฒนาสวนยาง Low Carbon สร้างโมเดล “ระยอง “ 2 ล้านไร่ ต้นแบบผลักดันการยางฯในพื้นที่นำร่อง เขตภาคกลาง-ตะวันออก
ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” หลังการประชุมวันนี้ (19 ก.พ. 68) ว่าจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันมีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่ฤดูกาลต่า งๆ มีการเปลี่ยนแปลงไป จากข่าวสารที่เกิดขึ้นในทั่วโลก เช่น ภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น การที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและมหันตภัยปัญหาหมอควันและไฟป่า ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งการเกิดโรคอุบัติใหม่ ๆ ส่งผลกระทบทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่สวนยางพาราถือได้ว่าเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญมากในบรรดาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

โดยในช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ทำให้มีความต้องการอาหารที่สูงขึ้น มีการบุกรุกพื้นที่ป่าใช้พื้นที่ทำการเกษตรหรือประกอบอาชีพต่าง ๆ อย่างไรขีดจำกัดมิอาจควบคุมได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและเตรียมการในระยะยาวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้หลายประเทศทั่วโลกร่วมมือกันหาวิธีการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon neutrality 2030 ตามที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในเวทีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 (COP26) และล่าสุดได้มีการประชุมรัฐภาคีผู้นำประเทศถึงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (UNFCCC COP29 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา)

“ยางพารา” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในตลาดการส่งออก โดยเฉพาะในด้านการสร้างความมั่นคงในอาชีพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ในปี 2565 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด 24,229,386 ไร่ และมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยจำนวน 1,667,095 ราย โดยในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางรวม 2,421,024 ไร่ และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน 110,483 ราย ในปี 2567 รายได้เฉลี่ยของเกษตรกรที่ปลูกยางพาราอยู่ที่ 14,703 บาท/ไร่

ขณะที่ต้นทุนการผลิตยางเฉลี่ยอยู่ที่ 13,679 บาท/ไร่ต่อปี และการผลิตยางมีผลผลิตเฉลี่ย 213 กิโลกรัม/ไร่ต่อปี จากการเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตจะพบว่า ต้นทุนผันแปร ได้แก่ วัสดุปุ๋ย วัสดุยาปราบศัตรูพืช และค่าจ้างแรงงานในการกรีดยางเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อต้นทุนรวม ดังนั้น หากต้องการลดต้นทุนการผลิตจะต้องมุ่งเน้นในการลดต้นทุนผันแปรด้านแรงงาน ปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช เพื่อเพิ่มส่วนต่างกำไรให้เกษตรกรมากที่สุด

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

ในปี 2567 คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตยางธรรมชาติจะลดลง เนื่องจากการระบาดของโรคใบร่วงในบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคายางธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะไม่มากนัก เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศในรูปแบบวัตถุดิบ นอกจากนี้ ความต้องการใช้ยางในตลาดต่างประเทศคาดว่าจะทรงตัวหรือหดตัวบางรายการ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศคู่ค้าสำคัญ หากพิจารณาสถานการณ์ราคายางพาราในปีล่าสุด ปีหลังสุดจะพบว่าภาพรวมราคายางธรรมชาติเฉลี่ยรายเดือนของไทยเดือนกรกฎาคม2567 ราคายางฯ เพิ่มขึ้นทุกรายการเมื่อเปรียบเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ “โครงการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ก้าวสู่การพัฒนาสวนยาง Low Carbon ในพื้นที่นำร่อง : การยางพาราแห่งประเทศไทย เขตภาคกลาง-ตะวันออก” ซึ่งมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับโครงสร้าง โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตยางให้กับเกษตรกร รวมถึงการสร้างสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ผ่านการวิเคราะห์ดิน และสนับสนุนการผลิตสินค้าส่งออกยางในรูปแบบ Low carbon เพื่อร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมลดภาวะโลกร้อน อันจะเป็นการสร้าง Brand ให้กับผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทยในการส่งออกยางเกิดความยั่งยืนในผลิตภัณฑ์ และอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทยไปยังต่างประเทศทั่วโลก

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

สอดคล้องกับนโยบายของการยางพาราแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และนโยบายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยปี 2567 ที่ผ่านมาได้จัดทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction, T-VER) ในพื้นที่สวนยางของเกษตรกร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสังคมในการกักเก็บและลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อยางพาราไทยในการสร้างผลิตภัณฑ์ยาง Low Carbon ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในโลกช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งมีแผนที่จะดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่สวนยางของเกษตรกรไทยในอนาคตต่อไป

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

ทั้งนี้สมาคมสหพันธุ์ชาวสวนายางแห่งประเทศไทยจะได้ผลักดัน  โครงการดังกล่าว มุ่งเน้นนำร่องในการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดินตามที่นักวิชาการแนะนำในแต่ละพื้นที่เพื่อเป็นการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ก้าวสู่การพัฒนาสวนยาง Low Carbon  ในพื้นที่นำร่อง : โดยจะดำเนินการในพื้นที่เขตการยางพาราแห่งประเทศไทย เขตภาคกลาง-ตะวันออก” ใน 24 จังหวัด ซึ่งมีจังหวัดเป้าหมายที่มีสวนยางประกอบด้วย 6 จังหวัดการยางพาราแห่งประเทศไทย ได้แก่ จ.ระยอง, จ.จันทบุรี, จ.ตราด, จ.ฉะเชิงเทรา, จ.อุทัยธานี และจ.กาญจนบุรี  พื้นที่โดยรวมประมาณ 2 ล้านไร่ เพื่อให้เกิดต้นแบบนำร่องตามเป้าหมาย และจะได้ขยายผลไปยังพื้นที่เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 32 ล้านไร่ ของการยางพาราแห่งประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกเขตสร้างความยั่งยืนให้ประเทศชาติทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม ต่อไป

ดัน \"ระยอง\" 2 ล้านไร่ ต้นแบบโมเดล \"เมืองยางคาร์บอนต่ำ\" หนุนเศรษฐกิจ BCG

ทั้งนี้โครงการฯดังกล่าวมีวัตถุประสงค์  เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตยางให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และเพื่อสร้างรายได้ที่ดีเกิดความยั่งยืนให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยการตรวจวิเคราะห์ดิน และสร้างสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตามนโยบายการทำผลิตภัณฑ์ส่งออกยาง Low carbon  ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม  และเพื่อสร้าง Model ต้นแบบการใช้ปุ๋ยเขตการยาง ภาคกลาง – ภาคตะวันออก รวมทั้งใช้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งอบรมศึกษาดูงานให้กับบุคคลกรภายในและภายนอกการยางได้ และขยายผลใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไปยังเขตการยางพาราแห่งประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

โดยมีเป้าหมายดำเนินการนำร่องในพื้นที่  ประมาณ  2 ล้านไร่ : การยางพาราภาคกลาง-ภาคตะวันออก จ.ระยอง, จ.จันทบุรี, จ.ตราด, จ.ฉะเชิงเทรา, จ.อุทัยธานี และจ.กาญจนบุรี  โดยจะมีการดำเนินประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 : อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้การวิเคราะห์ดินการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมตามนักวิชาการแนะนำแก่เจ้าหน้าที่การยางพาราแห่งประทศไทย และเกษตรกรชาวสวนยาง เป้าหมาย เขตภาคกลาง-ภาคตะวันออก  กิจกรรมที่ 2 : สำรวจดินในพื้นที่เกษตรกรชาวสวนยางเป้าหมายเพื่อนำไปวิเคราะห์ดินก่อน ต้ดสินใจสนับสนุนปัจจัยการผลิต  กิจกรรมที่ 3  : วางแผนในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต ปุ๋ยให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางเขต ภาคกลาง-ภาคตะวันออก  และกิจกรรมที่ 4 : สนับสนุนปัจจัยการผลิตปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดิน ตามคำแนะนำของนักวิชาการแนะนำในช่วงต้นฝนและปลายฝนปี 2568  โดยคาดว่าจะเกิดผลที่ได้รับ  สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตยางให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง  สร้างรายได้ที่ดีเกิดความยั่งยืนให้เกษตรกรชาวสวนยาง  โดยตรวจวิเคราะห์ดิน และสร้างสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และสนับสนุนนโยบายการทำผลิตภัณฑ์ส่งออกยาง Low carbon  ช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้ต้นแบบการใช้ปุ๋ยเขตการยาง ภาคกลาง – ภาคตะวันออก  ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งอบรมศึกษาดูงานให้กับเขตการยางอื่น ๆ รวมทั้งผู้ซื้อยางจากต่างประเทศ  ขยายผลใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินยังเขตการยางพาราแห่งประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  และช่วยแก้ปัญหาทุจริตปุ๋ยที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด  ดร.อุทัย   นายกสมาคมสหพันธุ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย  กล่าวทิ้งท้าย

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจจะสนใจ

ราคายางดิ่ง! “ชวน” ต่อสายตรงถึง “นฤมล-กยท.” ขอเร่งคลี่คลาย

วันที่ 14 เม.ย. 2568 นายพินิจ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จากแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแนวโน้มขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงยางพาราของไทย แม้จะมีประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน แต่สถานการณ์ราคายางตกต่ำยังทรุดตัวลง ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และขาดเสียรายได้อย่างรุนแรง ล่าสุด นายอนุชา หลักคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวสวนยางจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราเป็นรายได้หลัก รับเรื่องร้องทุกข์ของพี่น้องชาวสวนยางพารา เป็นกิจวัตรต่อสายติดต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น (รมว.เกษตรฯ) และนายเทพกิจ เลิศวิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบในการคลี่คลายปัญหาราคายางตกต่ำโดยเร็ว “เบื้องต้นจาก กยท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางตกต่ำในขณะนี้ มาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายที่กดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้รับแรงกระทบจากทิศทางตลาดโลกและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการการยางฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ พร้อมจัดทำมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางเบื้องต้นที่ประธานบอร์ด กยท. เสนอ คือ […]

April 22, 2025

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ รวมถึงผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยด้านยางและพอลิเมอร์ ระหว่างวันที่ 6 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ University of Akron (UA) ประเทศสหรัฐอเมริกา

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการและเทคโนโลยีพอลิเมอร์ (หลักสูตรนานาชาติ) และ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางวัสดุยางและพอลิเมอร์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ รวมถึงผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยด้านยางและพอลิเมอร์ ระหว่างวันที่ 6 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ University of Akron (UA) ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงหารือเกี่ยวกับหลักสูตรฯ วิทยาการและเทคโนโลยีพอลิเมอร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง ม.เกษตรศาสตร์ และ UA เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตที่ต้องมาแลกเปลี่ยนที่ UA นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปสร้างเครือข่ายทางวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัย ณ University of California, Santa Barbara (UCSB) ประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยร่วมกับคณาจารย์และนักวิจัยจาก Materials Research Laboratory (MRL) อีกด้วย โดยการเดินทางในครั้งนี้ก่อให้เกิดแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษา และงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ […]

February 5, 2026

RETA สัญจรครั้งที่ 1: สร้างเครือข่ายนวัตกรรมยางพาราไทย ณ ม.แม่โจ้

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ อาจารย์ประจำภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอุปนายกด้านนวัตกรรมของสมาคมเทคโนโลยียางและอีลาสโตเมอร์แห่งประเทศไทย (Rubber-Elastomer Technology Association of Thailand, RETA) เข้าร่วมการสัมนาและประชุมสัญจรครั้งที่ 1 ร่วมกับคณาจารย์และคณะกรรมการ RETA ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านยางพาราของสมาคมฯ ทั้งภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันในอนาคตต่อไป

February 23, 2026