ราคายางดิ่ง! “ชวน” ต่อสายตรงถึง “นฤมล-กยท.” ขอเร่งคลี่คลาย

April 22, 2025
แชร์เนื้อหาหน้านี้

วันที่ 14 เม.ย. 2568 นายพินิจ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จากแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแนวโน้มขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงยางพาราของไทย แม้จะมีประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน แต่สถานการณ์ราคายางตกต่ำยังทรุดตัวลง ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และขาดเสียรายได้อย่างรุนแรง ล่าสุด นายอนุชา หลักคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวสวนยางจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราเป็นรายได้หลัก รับเรื่องร้องทุกข์ของพี่น้องชาวสวนยางพารา เป็นกิจวัตรต่อสายติดต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น (รมว.เกษตรฯ) และนายเทพกิจ เลิศวิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบในการคลี่คลายปัญหาราคายางตกต่ำโดยเร็ว

“เบื้องต้นจาก กยท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางตกต่ำในขณะนี้ มาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายที่กดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้รับแรงกระทบจากทิศทางตลาดโลกและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการการยางฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ พร้อมจัดทำมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางเบื้องต้นที่ประธานบอร์ด กยท. เสนอ คือ การพิจารณาใช้กลไกตามพระราชบัญญัติยางพารา พ.ศ. 2542 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในตลาด

ทั้งนี้ นายอนุชา ได้ย้ำว่า จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การสนับสนุนทุกมาตรการที่มุ่งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง” นายพินิจ กล่าว

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจจะสนใจ

ขอเชิญชวนร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “วิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสร้างโอกาสให้ยางพาราไทยในอนาคต“

ขอเชิญชวนร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “วิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสร้างโอกาสให้ยางพาราไทยในอนาคต“ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 9.00-12.00 น. ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตาม QR code ดังรูป หรือ https://kasets.art/yf1YHx

February 5, 2026

เสวนา เรื่อง วิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสร้างโอกาสให้ยางพาราไทยในอนาคต ในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ ห้อง Ballroom B ชั้น 2 โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และอาจารย์ประจำภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานเสวนา เรื่อง วิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสร้างโอกาสให้ยางพาราไทยในอนาคต ในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ ห้อง Ballroom B ชั้น 2 โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ โดยกิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจากนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาในครั้งนี้ อีกทั้งได้รับเกียรติจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ และรองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี อิสรไกรศีล รวมถึง ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต สมาชิกวุฒิสภา ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเช่นกัน โดยการเสวนาในครั้งนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา (Hub of Talents in Natural Rubber) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสให้ยางพาราไทยในอนาคต ระหว่าง บุคลากรภายใต้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำไปสู่การทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางด้านยางพารา […]

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะทำงาน ร่วมระดมสมองในหัวข้อ FUTURE FOR THE HUB & THE HUB FOR THE FUTURE ภายในงาน Thailand Talent Summit 2025 ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะทำงาน ร่วมระดมสมองในหัวข้อ FUTURE FOR THE HUB & THE HUB FOR THE FUTURE ภายในงาน Thailand Talent Summit 2025 ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และเครือข่าย โดยการประชุมครั้งนี้เป็นงานประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูงอีกงานที่สำคัญที่สุดแห่งปี ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยในการประชุมครั้งนี้มีนักวิจัยชั้นนำในทุกศาสตร์เข้าร่วมกว่า 2,000 คน จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันอีกด้วย